หมอเล่าเคสวิกฤต ปอดขึ้นฝ้า ออกซิเจนต่ำ ทางรอดคือนอนคว่ำ
อีจัน 3
15 กันยายน 2564

เมื่อไวรัสร้ายนี้ ไม่เคยปราณีใคร คนสังเวยชีวิตให้กับมัน วันละหลายร้อยชีวิต เเต่ขณะเดียวกัน เเพทย์ก็ทำงานหนักอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกชีวิต ริดจากโรคร้ายนี้
เช่นเดียวกับเคสนี้ วานนี้ 14 ก.ย.2564 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Nuttagarn Chuenchom ซึ่งเป็นบุคลากรทางการเเพทย์ อยู่ที่ โรงพยาบาลแม่สอด จ.ตาก ออกมาเล่าความประทับใจ ในการรักษาคนไข้ ที่อาการวิกฤต จนอาการดีขึ้น

โดยโพสต์ระบุว่า
เมื่อ 4 วันก่อนพยาบาลแพนมาเล่าให้ฟังว่ามีคนไข้ผู้หญิงชาวเมียนมาคนหนึ่ง หอบเหนื่อยมากมีคนพามาส่งที่ห้องฉุกเฉิน วัด oxygen sat ที่ปลายนิ้วได้ 40-50% หอบแฮ่กๆ
หมอเอ้หมอเวรห้องฉุกเฉินสั่งทำ CXR และตรวจ ATK (antigen test kit)ทันที ผลปรากฎเป็นบวก และ CXR คือแย่มากๆ ขาวโพลนไปหมดไม่มีส่วนดำปกติเลย ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นรู้ดีว่าปอดโควิดแบบนี้คงไม่รอด เธออายุ 30 ต้นๆเอง บ้านเธออยู่ไหน คนที่มาส่งก็ไม่ใช่ญาติเลยสักคน และเธอไม่มีโทรศัพท์..พยาบาลที่จุดคัดกรองตามเจ้าหน้าที่ NGO ของ M-fund มาเพื่อขอความช่วยเหลือ ช่วยไปตามสามีคนไข้มาให้หน่อย ในชุมชนชาวเมียนมาแห่งหนึ่งไม่ไกลจากโรงพยาบาล
ตอนนั้นก็เกือบสี่ทุ่มแล้ว มืดก็มืด ศูนย์เปลพี่มั่มก็แต่งชุด PPE เรียบร้อยเพื่อเข็นคนไข้ไปที่ตึกผู้ป่วยโควิด พยาบาลขอร้องศูนย์เปลให้รออีกหน่อย..พี่เขาก็รอทั้งๆที่ร้อนมากๆ เจ้าหน้าที่ M-fund หายไปนานมากจน 2 ชั่วโมงจึงกลับมาพร้อมลูกและสามีของคนไข้ พวกเขาดูตกใจมากที่รู้ว่าคนไข้เป็นมากขนาดนี้ ทุกคนช่วยกันแต่งชุด PPE ที่คิดว่าเหมาะสมในการป้องกันการติดเชื้อให้กับสองคนพ่อลูก เราให้เวลาพวกเขาสั้นๆ ไม่เกิน 10 นาทีเพื่อพูดคุยกัน ในใจทุกคนคิดว่านี่คงจะเป็นการร่ำลาครั้งสุดท้าย แต่คนไข้บอกสามีว่าให้กลับไปรอเธอที่บ้านไม่นานเธอจะได้กลับไป.. พยาบาลแพนบอกว่าวันนั้นเจ้าหน้าที่หลายคนร้องไห้เลยหมอ สงสารคนไข้มากๆ
คนไข้มาถึงวอร์ด อาการแย่หายใจหอบมาก ห้อง ICU เราก็เต็มเอี๊ยด คนไข้จึงได้ใช้ออกซิเจน High flow oxygen 100% ได้ยาทุกอย่าง max และเข้าแก๊งค์นอนคว่ำของหมอเบียร์ หมอก็สงสารคนไข้มากที่ต้องทุกข์ทรมานจากอาการเหนื่อยจึงให้ยามอร์ฟีนเพื่อบรรเทา เธออดทนมาก วันแรกเธอสั่นไปทั้งตัว จับขอบเตียงเกร็งไปหมด ซึมๆถามไม่ตอบ วันต่อมาเธอนิ่งมากขึ้น หายใจดีขึ้นมาก ไม่มีอาการเกร็ง วันต่อมาเธอเริ่มพูดได้ กินข้าวเมื่อเจ้าหน้าที่ป้อน ..และวันนี้เธอลุกขึ้นมากินข้าวเอง พระเจ้า!!! อาการคนไข้ดีขึ้น ดูฟิล์มเอ็กซเรย์ก็ดีขึ้น หมอดีใจน้ำตาไหล
เธอคือผลงานชิ้นโบว์แดงที่สุดในแก๊งค์นอนคว่ำของหมอ คว่ำจ้าคว่ำ..คนไข้คนไหนไม่คว่ำ หมอไม่รักนะจ๊ะ (ผู้ป่วยโควิดที่นอนคว่ำจะมีค่าออกซิเจนในเลือดดีขึ้น) หมออนุญาตให้นอนหงายเฉพาะเวลากินข้าวและเวลาเมื่อยแค่นั้นแหละ ผู้ป่วยส่วนใหญ่งอแง แต่หมอจะบอกให้อดทน
หมอบอกว่า..ถ้าเธอนอนคว่ำ เธอจะได้ไปเจอลูกอีกครั้ง ..ฉันคิดว่านอกจากอภินิหารนอนคว่ำและยามากมายที่ให้เธอไป อภินิหารกอดสุดท้ายของลูกและสามีในวันนั้นคือ แรงใจที่ดีที่สุดที่เธอยึดเหนี่ยว ..เธอต้องรอด เธอคิด
โฮงบาลแม่สอดของเรามันมีเสน่ห์ตรงนี้ ..บางทีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานก็อาจจะพูดไม่หวาน ไม่เพราะ เพราะพวกเราทำงานแข่งกับเวลา ทำงานภายใต้ความเครียดทั้งแบบเฉียบพลันและสะสม ทำงานแบบnon-stop ไม่ได้พักเลยจริงๆ ..แต่ที่หมอเบียร์สัมผัสได้ตลอดมา คือ พวกเราเป็นคนดี มีคุณธรรม มีความเอื้อเฟื้อต่อเพื่อนมนุษย์ไม่ว่าจะเชื้อชาติเผ่าพันธุ์อะไร ยากดีมีจนอย่างไร ขอให้รักษาความดีงามทั้งหมดนี้ไว้ มีหลายเหตุการณ์ที่ผ่านไป นึกถึงเมื่อไหร่ก็อมยิ้มได้ทุกทีค่ะ ..มันคือความสุขแบบอวลๆ
มาลุ้นไปกับเธอนะคะ ..ลุ้นให้เธอได้กลับบ้านกันค่ะ
จันได้ฟังเเล้วน้ำตาซึมเลยค่ะ ขอบคุณหัวใจด่านหน้า ขอบคุณจริงๆ