สุรินทร์ ลงมติ! เลื่อนการขอประกาศให้ โควิด เป็นโรคประจำถิ่น

อีจัน Online Team

อีจัน Online Team

30 มีนาคม 2565

สุรินทร์ ลงมติ! เลื่อนการขอประกาศให้ โควิด เป็นโรคประจำถิ่น

เมื่อวานนี้ (29 มี.ค.65) เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมข้าวสารหอม ชั้น 2 ศูนย์ราชการ จ.สุรินทร์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ ได้มีการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุรินทร์ครั้งที่ 13/2565 เพื่อติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดสุรินทร์ โดยมีนายเสริมศักดิ์ สีสันต์ รอง ผวจ.สุรินทร์ เป็นประธานการประชุม ร่วมกับ นายแพทย์สินชัย ตันติรัตนานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยนายแพทย์วุฒิชัย แป้นทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีณรงค์ นำเสนอสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ผลการดำเนินงานฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยที่ประชุมมีมติให้เลื่อนการประกาศโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นออกไปเป็นหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สุรินทร์ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม 30 คน

ที่ประชุมมีมติให้เลื่อน การส่งเรื่องขอประกาศให้โรค COVID-19 เป็นโรคประจำถิ่นไปก่อน โดยให้เฝ้าระวังช่วงสงกรานต์ก่อน เนื่องจากอัตราครองเตียงผู้ป่วยหนักยังสูง 8% (ต้องไม่เกิน 3%) อัตราการฉีดวัคซีน 608 ยังไม่ถึง 80% อัตราผู้ป่วยยังมีแนวโน้มสูงขึ้น ยังไม่เข้าระยะคงที่หรือลดลง จึงมีมติให้เลื่อนการประกาศให้โรค COVID-19 เป็นโรคประจำถิ่นออกไปก่อน ซึ่งทางจังหวัดสุรินทร์เป็นเพียงผู้เสนอ แต่ผู้ที่อนุมัติ คือ ศบค.ส่วนกลาง ว่าเราผ่านเกณฑ์การพิจารณา ทั้ง 13 ข้อหรือไม่ ถ้าไม่ผ่านก็ไม่อนุมัติให้เป็นโรคประจำถิ่น ซึ่งต้องติดตามประเมินสถานการณ์ช่วงสงกรานต์อีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวเพจอีจันรายงานว่า การนำร่องโรคประจำถิ่นดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศเตรียมให้จังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดนำร่องในการประกาศใช้มาตรการโรคประจำถิ่น ผ่อนคลายการรับชาวต่างชาติจากชายแดนกัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้ แต่ จ.สุรินทร์ ก็ได้มีมติในการเลื่อนออกไปเป็นหลังเทศกาลสงกรานต์ดังกล่าว

ทั้งนี้ หากการประกาศโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น นำร่องเกิดขึ้น จะสอดคล้องกับ ที่นายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ออกประกาศ ให้ผู้ที่เดินทางเข้ามาประเทศกัมพูชา ไม่จำเป็นต้องแสดงผลการตรวจเชื้อโควิด-19 โดยการยกเลิกข้อกำหนดให้แสดงผลตรวจ PCR ของโควิด-19 เพื่อเดินทางเข้าประเทศกัมพูชา , ยกเลิกข้อกำหนดในการตรวจโควิดเร่งด่วน (ATK) เมื่อเดินทางถึง , เปิดให้ขอ Visa on Arrival สำหรับผู้เดินทางต่างชาติทุกคน ทั้งผู้เดินทางทางอากาศ ทางบก และทางน้ำ , ผู้เดินทางทุกคนต้องแสดงบัตรหรือใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบโดส เมื่อเดินทางมาถึงกัมพูชา สำหรับผู้เดินทางที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดส จะต้องกักตัว 14 วัน สถานที่ที่กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งผู้เดินทางทุกคนควรตรวจ ATK ด้วยตัวเอง ก่อนเดินทาง มีผลวันที่ 17 มีนาคม 2565 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการดึงดูดนักลงทุน นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยว ให้เดินทางเข้ามาในกัมพูชาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจ และการท่องเที่ยวของกัมพูชา

คลิปแนะนำอีจัน
สืบ ซุ่ม ชาร์จ ช่วย 18 ชีวิตคนไทย ล้างบางแก๊งคอลเซ็นเตอร์