สธ. แจงปม ถอนงานวิจัย ฟ้าทะลายโจร ยืนยัน ลดปอดอักเสบ ได้ตามเดิม

ยาหยี อีจัน

ยาหยี อีจัน

10 สิงหาคม 2564

สธ. แจงปม ถอนงานวิจัย ฟ้าทะลายโจร ยืนยัน ลดปอดอักเสบ ได้ตามเดิม

จากกรณี สธ. ถอนงานวิจัยฟ้าทะลายโจร ทำให้หลายคนกังวล หากพบติดเชื้อ ยังสามารถกินได้อยู่ไหม?

ล่าสุด เมื่อวานนี้ 9 สิงหาคม 2564 แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แถลงข่าว ความชัดเจนเรื่องนี้ ไว้ว่า เมื่อเริ่มพบการระบาดของโรคโควิด ซึ่งเป็นโรคใหม่ ยังไม่มียาที่ได้รับรองการรักษาโดยตรง

จึงมีการศึกษายาชนิดต่างๆ ที่คาดว่าจะใช้รักษาโควิดได้ กรมการแพทย์แผนไทยฯ จึงศึกษา ฟ้าทะลายโจร ที่มีคำตอบระดับห้องทดลองแล้ว

โดยศึกษาประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของฟ้าทะลายโจร สกัดในผู้ป่วยโควิด ที่มีอาการไม่รุนแรง มีอายุ 18 -60 ปี ไม่มีโรคประจำตัว

และศึกษาแบบสุ่มตัวอย่าง เปรียบเทียบ 2 กลุ่ม คือ

1. กลุ่มที่ได้รับสารสกัดฟ้าทะลายโจร 29 ราย

2. กลุ่มเปรียบเทียบ ได้รับยาที่ไม่มีสารสกัดฟ้าทะลายโจร (ยาหลอก) 28 ราย

ปรากฎว่า พบว่ามีแนวโน้มได้ผลดี ลดการพัฒนาของโรค ไม่ให้เดินหน้ารุนแรงขึ้นจนมีปอดอักเสบ

– กลุ่มที่ได้รับสารสกัดฟ้าทะลายโจร ไม่พบอาการปอดอักเสบทั้งหมด

– กลุ่มที่ใช้ยาหลอก มีปอดอักเสบ 3 ราย คิดเป็น 10.7%

ขณะที่การคงอยู่ของตัวไวรัส ในวันที่ 5 ของ

– กลุ่มที่ได้รับสารสกัดฟ้าทะลายโจร พบตัวไวรัส 10 ราย

– กลุ่มที่ไม่ได้สารสกัดฟ้าทะลายโจร พบตัวไวรัสเกินครึ่งคือ 16 ราย

จึงตอกย้ำความเป็นไปได้ของฟ้าทะลายโจร ที่มีประสิทธิภาพในการรักษา และไม่พบปัญหาผลกระทบเรื่องตับ ไต และระบบเลือด

ถือว่ามีความปลอดภัยจึงผลักดันการศึกษาต่อเนื่อง นำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและการใช้ยา

ทีมนักวิจัยของกรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้เสนอผลวิจัยในระดับนานาชาติ โดยส่งไปตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ

เพื่อแบ่งปันเพื่อนนักวิจัยแวดวงอื่น ซึ่งในงานวิจัยมีการคำนวณค่าต่างๆ โดยพบความผิดพลาดทางสถิติ 1 จุด คือ ค่านัยสำคัญทางสถิติ เนื่องจากจำนวนกลุ่มตัวอย่าง ที่ค่อนข้างน้อย ตอนแรกค่านัยสำคัญทางสถิติอยู่ที่ 0.03

หมายถึงทดลอง 100 ครั้ง ผลลัพธ์คงเดิม 97 ครั้ง ระหว่างรอตีพิมพ์มีการพิจารณาอีกครั้ง พบว่าค่าอยู่ที่ 0.112 หมายถึงทดลอง 100 ครั้ง ผลลัพธ์คงเดิม 90 ครั้ง

เหตุผลนี้ จึงต้องถอนงานวิจัยออกมา เพราะเป็นเรื่องสำคัญในทางวิชาการ นักวิจัยต้องมีความซื่อสัตย์ต่อผลลัพธ์

ได้นำเอกสารกลับมาแก้ไขให้ถูกต้อง ก่อนส่งกลับไปตีพิมพ์ใหม่ ไม่ได้ถูกปฏิเสธจากวารสารแต่อย่างใด และเนื้อหางานวิจัยหลักยังเป็นไปตามรายงานฉบับแรก คือ ใช้ป้องกันผู้ติดโควิดอาการเล็กน้อย ไม่ให้เกิดภาวะปอดอักเสบ ทิศทางนโยบายการใช้ฟ้าทะลายโจร จึงยังเหมือนเดิม ทั้งการจ่ายยาในระบบการดูแลที่บ้านหรือชุมชน

สารสกัดฟ้าทะลายโจร ถือว่าเป็นยาต้องใช้อย่างระมัดระวัง ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ควรรับประทาน 180 มิลลิกรัมต่อวัน แบ่งวันละ 3 ครั้งต่อเนื่อง 5 วัน

ส่วนเด็กอายุ 4 ปีขึ้นไปรับประทาน 3.5-5 มิลลิกรัมต่อวัน แบ่งวันละ 3 ครั้งต่อเนื่อง 5 วัน

ข้อห้ามใช้คือผู้ที่มีอาการแพ้ หญิงตั้งครรภ์ และให้นมบุตร เพราะอาจกระทบทารกได้

ส่วนผู้ป่วยโรคตับ และไต อาจทำให้ยาสะสมในร่างกาย เนื่องจากกำจัดยาได้ช้า รวมถึงผู้ที่รับประทานยาตัวอื่น เช่น วาร์ฟาริน แอสไพริน โคลพิโดเกรล ยาลดความดันโลหิต