กรมควบคุมโรค แนะการป้องกัน โควิด หลัง ถอด หน้ากากอนามัย ได้ตามสมัครใจ
ยาหยี อีจัน
3 กรกฎาคม 2565

กรมควบคุมโรค แนะ วิธีป้องกัน สังเกตอาการ โควิด หลังมีการผ่อนปรนต่าง ๆ
วันนี้หันไปทางไหนเริ่มเห็นทั้งคนที่ยังสวมใส่หน้ากากอนามัย และคนที่ไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะแล้ว หลังเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.65 ราชกิจจานุเบกษา ออกข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เรื่องของการ “ถอดแมสก์” ซึ่งระบุว่า การผ่อนคลายข้อปฏิบัติในการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทั่วราชอาณาจักร เพื่อให้ประชาชนสามารถดําเนินชีวิตได้ใกล้เคียงกับสภาวะปกติยิ่งขึ้น จึงสมควรผ่อนคลายข้อจํากัด ในเรื่องการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า โดยการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าให้เป็นการปฏิบัติโดยความสมัครใจ

วันนี้ 3 ก.ค.65 ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด 19 รายใหม่ยังคงอยู่ในระดับหลักพัน และมีผู้เสียชีวิตในระดับหลักสิบ เพื่อให้การใช้ชีวิตท่ามกลางโควิด ที่ผ่อนคลายสถานการณ์ให้เป็นไปอย่างราบรื่น “กรมควบคุมโรค” ได้ให้คำแนะนำ การป้องกันโรคโควิด 19 เมื่อเข้าสู่ระยะหลังการระบาดใหญ่ Post-Pandemic ไว้ดังนี้
1.หากสงสัยว่าเป็นโควิด ต้องทำอย่างไร?
-งดเข้าใกล้กลุ่มเสี่ยง 608
-ไม่มีอาการ/มีอาการเล็กน้อย เช่น ไข้ ไอ มีเสมหะ : ไม่ต้องแยกกัก เลี่ยงเดินทาง
-มีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ มีสเมหะ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย : ตรวจ ATK ทันที
-มีอาการรุนแรง เช่น ไข้สูง หอบเหนื่อย หายใจลำบาก : รีบพบแพทย์เพื่อรักษาทันที
2.เมื่อมีโควิด-19 ระบาดในพื้นที่เราควรทำอย่างไร?
-กลุ่มผู้ติดเชื้อ : ปฏิบัติตามข้อแนะนำเมื่อมีอาการป่วย
-กลุ่มผู้สัมผัส : สังเกตอาการตนเองอย่างน้อย 5 วัน เมื่อมีอาการ ตรวจ ATK ทันที
-ประชาชนในพื้นที่ระบาด : ป้องกันตนเองด้วยมาตรการ Universal Prevention ฉีดวัคซีนให้ครบตามที่ สธ. กำหนด
-สถานประกอบการ : พิจารณาทำมาตรการ Work From Home / มาตรการ COVID Free Setting

สำหรับการป้องกันการติดโรคโควิด-19 แบบครอบจักรวาล(Universal Prevention) มีวิธีการดังนี้
1.ออกจากบ้านเมื่อจำเป็นเท่านั้น
2.เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1-2 เมตรในทุกสถานที่
3.สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าที่หนาเพียงพอ
4.ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร หลังใช้ห้องน้ำหลังจากไอหรือจาม หรือหลังจากสัมผัสสิ่งของที่ใช้ร่วมกับผู้อื่น
5.หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าที่สวมใส่อยู่ รวมทั้งใบหน้า ตา ปาก จมูก โดยไม่จำเป็น
6.ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 60 ปีและผู้มีโรคเรื้อรัง ให้เลี่ยงการออกนอกบ้าน เว้นแต่จำเป็น โดยให้ออกนอกบ้านน้อยที่สุดและใช้ระยะเวลาสั้นที่สุด
7.ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในบริเวณพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้หรือสิ่งแวดล้อมด้านกายภาพ แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด และไม่ควรใช้ของร่วมกับผู้อื่น
8.เลือกรับประทานอาหารปรุงสุก ใช้ช้อนกลางส่วนตัว และไม่ควรรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัว
9.งดเดินทางไปเยี่ยมญาติ หากมีความจำเป็น ควรเว้นระยะห่าง อยู่ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเท และสวมหน้ากากตลอดเวลา
10.หากสงสัยว่าตนเองมีความเสี่ยง ควรตรวจด้วย Antigen test kit หรือไปตรวจรักษาที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อยืนยันว่ามีการติดเชื้อหรือไม่
ชีวิตยังต้องเดินต่อไป ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพ สวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่แออัด ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยความห่วงใยจากอีจันค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก: กรมควบคุมโรค