สลด ชาย ป่วย อาการคล้าย ติดโควิด รอคิวตรวจ จนนอนเสียชีวิตคาห้อง
tannysoft
27 เมษายน 2564

เรื่องเศร้า!!! หนุ่มเสียชีวิตปริศนาคาห้องพัก อาการคล้ายผู้ป่วยโควิดโควิด-19
เรื่องสลดนี้ คุณวิภาดา นิ่มทอง ผู้สื่อข่าวภาคสนามของรายการเรื่องเล่าเช้านี้ เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราว และช่วยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ให้มารับศพผู้ตาย โดยเล่าว่า ตนได้รับข้อมูลว่า มีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตในคอนโดแห่งหนึ่ง ย่านจรัญสนิทวงศ์ 37 ซึ่งเป็นคอนโด 8 ชั้น ตนจึงเดินทางลงพื้นที่เพื่อไปทำข่าว และสอบถามข้อมูล

พอไปถึงคอนโดดังกล่าวก็ได้ข้อมูลยืนยันนิติบุคคลซึ่งได้ข้อมูลว่า มีศพชายคนหนึ่ง นอนเสียชีวิตอยู่ในห้องพักชั้น 6 นานกว่า 4 ชม. แล้ว ตอนนี้คนในคอนโดก็เป็นกังวลใจอยากให้เจ้าหน้าที่มารับศพ จากนั้นตน และนิติบุคคลจึงช่วยกันหาเบอร์ญาติจนได้ข้อมูลจากญาติผู้ตายว่า “ ผู้ตาย กลับบ้านที่ จ.หนองคาย ซึ่งเป็นช่วงสงกรานต์ พอสิ้นเทศกาลทุกคนก็กลับมาทำงานที่ กทม. จากนั้นญาติที่ จ.หนองคาย โทรมาบอกผู้ตายว่า “มีคนใกล้ชิดติดเชื้อโควิด-19 ให้ผู้ตายรีบไปตรวจ และกักตัวเอง”

หลังทราบเรื่องผู้ตายก็ไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 แต่ไม่พบเชื้อในรอบแรก แพทย์จึงให้กักตัวดูอาการอีก 14” แต่ขณะที่ผู้ตายกักตัวอยู่ในห้อง ก็มีการป่วย ไอมีไข้ต่ำ ๆ พอโทรหาสถานพยาบาลใกล้คอนโด ก็ได้รับเพียงยารักษาอาการเบื้องต้น โดยผู้ตายพยายามไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 อยู่หลายครั้ง แต่สถานที่รับตรวจคิวเต็ม ทำให้ผู้ตายต้องรักษาอาการป่วยเองที่ห้องพัก
จนกระทั่งคืนวันที่ 25 เม.ย. 64 ผู้ตายมีอาการหนัก เพราะโทรหาแฟนที่ จ.หนองคาย พร้อมเล่าว่า “เขาไม่ไหวแล้ว เขาเหนื่อยมาก หายใจลำบาก แต่จะอดทนรอ จะไปตรวจเชื้อ และจะสู้กับมัน” จากนั้นผู้ตายก็ตัดสายไป ทำให้แฟนผู้ตาย เกิดความกังวลใจจึงโทรประสานนิติคอนโดให้ติดต่อเจ้าหน้าสายด่วน 1669 มารับตัวไปรักษา แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า “ขอติดต่อกับผู้ป่วยโดยตรง จะได้ประเมินอาการ” ซึ่งทางนิติคอนโดบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า “ผู้ป่วยเขาไม่ไหวแล้วนะ อาการหนักแล้วมารับไปเลย” แต่เจ้าหน้าที่ก็ให้เหตุผลว่า “เดี๋ยวจะประสานไปยังผู้ป่วยอีกครั้ง”

ต่อมาวันที่ 26 เม.ย. 64 เจ้าหน้าที่ 1669 โทรมาหาผู้ตายแต่ก็ไม่มีใครรับ เจ้าหน้าที่เลยเข้ามาดูในห้องพักผู้ตาย จนพบว่า ผู้ตายหายใจรวยริน เจ้าหน้าที่จึงปั๊มหัวใจแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ แต่ก็ไม่ได้มีการเก็บศพไป ทำให้สามาชิกในคอนโดเกิดความกังวล จึงขอร้องให้ ตนช่วยประสานเจ้าหน้าที่มารับศพ พอติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้เหตุผลว่า “ศพของผู้ตายรายนี้ เป็นการตายแบบผิดธรรมชาติ เพราะยังไม่รู้สาเหตุการตายอย่างแท้จริง ต้องให้แพทย์นิติเวช และตำรวจมาชันสูตรศพเสียก่อน”
จนกระทั้งมีแพทย์มาตรวจสอบพร้อมให้ข้อมูลว่า “ผู้ตาย มีแนวโน้มสูงมากว่าติดโควิด-19” จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยรับศพไปชันสูตรอีกครั้ง ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่า “เสียชีวิตเพราะระบบหายใจล้มเหลว” ตนจึงช่วยประสานหาวัดให้เผาศพทันที ซึ่งญาติผู้ตายก็ขอบคุณที่เธอเป็นธุระและช่วยประสานจนได้เผาศพผู้ตาย

จันขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยนะคะ และข้อเป็นกำลังใจคนไทยทุกคนสู้ๆ เราจะผ่านวิกฤตไปด้วยกัน