ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ ชี้ โมเดอร์นา ดีที่สุด
ยาหยี อีจัน
20 กันยายน 2564

ตอกย้ำประสิทธิภาพของวัคซีน ด้วยผลวิจัย!
ทำให้ ทั่วโลกต่างต้องการ เเละรอมัน
เมื่อวันที่ 17 ก.ย.2564 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค หรือ (CDC) ของสหรัฐเปิด เผยผลการศึกษาใหม่ ชี้ว่า วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทโมเดอร์นามีประสิทธิภาพมากที่สุดในการป้องกันไม่ให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
ขณะที่วัคซีนของไฟเซอร์และของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) มีประสิทธิภาพรองลงมาตามลำดับในการป้องกันไม่ให้ผู้ติดเชื้อโควิดต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

โดย CDC ระบุว่า ประสิทธิภาพดังกล่าวของวัคซีนโมเดอร์นาอยู่ที่ระดับ 93%, ของไฟเซอร์
ไบออนเทคอยู่ที่ 88% และของ J&J อยู่ที่ 71%
“แม้ข้อมูลจากการศึกษาบ่งชี้ว่าวัคซีนมีระดับการป้องกันที่แตกต่างกัน แต่วัคซีนทั้งหมดก็สามารถป้องกันไม่ให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล”
การศึกษาดังกล่าวรวบรวมข้อมูลจากผู้ใหญ่ 3,600 คนที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลราว 20 รัฐของสหรัฐระหว่างเดือน มี.ค.-ส.ค.ปีนี้


นักวิจัยระบุว่า ประสิทธิภาพวัคซีนโควิดของไฟเซอร์จะเริ่มลดลงในอัตราที่มากกว่าของโมเดอร์นา และเริ่มลดลงนับตั้งแต่เดือนที่ 4 หลังจากฉีดวัคซีนโดสที่ 2 แล้ว โดยอยู่ที่ระดับ 77%
CDC อธิบายว่า สาเหตุของประสิทธิภาพวัคซีนที่ลดลงมากกว่านั้นอาจจะมาจากระยะเวลาระหว่างการฉีดเข็มแรกกับเข็มที่สอง โดยของโมเดอร์นาใช้เวลาห่างกัน 4 สัปดาห์ และไฟเซอร์ใช้เวลาห่างกัน 3 สัปดาห์ ซึ่งอาจทำให้ระดับภูมิคุ้มกันจากวัคซีนโมเดอร์นาสูงกว่าของไฟเซอร์
วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของไฟเซอร์และโมเดอร์นาใช้เทคโนโลยีใหม่ที่สังเคราะห์สารพันธุกรรมเอ็มอาร์เอ็นเอ (messenger RNA: mRNA) ที่เฉพาะเจาะจงกับเชื้อไวรัส ส่วนวัคซีนโควิดของ J&J พัฒนาจากไวรัสที่สามารถตัดแต่งพันธุกรรม เช่น ไวรัสอะดีโน (Adenovirus) นำมาดัดแปลงพันธุกรรมไม่ให้สามารถแบ่งตัวได้ และใส่สารพันธุกรรมของไวรัสโรคโควิด19 เข้าไปด้วย
