เช็กเลย! วันเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือนมกราคม 2563

migrator

migrator

13 มกราคม 2564

เช็กเลย! วันเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือนมกราคม 2563

ยังคงเป็นโครงการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ บัตรคนจน และเมื่อเริ่มปี 2563 ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อาจสงสัยว่า จะมีเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วันที่เท่าไหร่ และในเดือนมกราคม 2563 จะได้รับเงินค่าอะไรบ้าง

ล่าสุด (9 มกราคม 2563) ทางเพจ บัตรประชารัฐและเงินอุดหนุนบุตร ได้ให้ข้อมูลว่า

เริ่มแจกเงินตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563

ภาพจากอีจัน

-วงเงินซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค คนละ 200-300 บาทต่อเดือน
ผู้มีสิทธิ์รับเงิน : ทุกคนที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้)
หมายเหตุ : ผู้มีรายได้ไม่ถึง 30,000 บาทต่อปี ได้ 300 บาท, ผู้มีรายได้เกิน 30,000 บาทต่อปีขึ้นไป ได้ 200 บาท

-วงเงินซื้อก๊าซหุงต้ม 45 บาท/3 เดือน
ผู้มีสิทธิ์รับเงิน : ทุกคนที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้)
ใช้สำหรับเป็นส่วนลดในการซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการที่ได้รับเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่องรูดบัตร EDC) โดยเงินจะเข้าบัตรทุก 3 เดือน แต่หากไม่ได้ใช้สิทธิ์ภายใน 3 เดือน จะถูกตัดยอดเงินไป

-ค่ารถโดยสารสาธารณะ

ค่าโดยสารรถเมล์ รถไฟฟ้า 500 บาทต่อเดือน (ใช้ชำระค่าโดยสารด้วยระบบ e-Ticket)
ค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาทต่อเดือน
ค่าโดยสารรถไฟ 500 บาทต่อเดือน
หมายเหตุ : ถ้าเกิน 500 บาท ต้องออกเงินเพิ่มเติมเอง

ส่วน วันที่ 18 มกราคม 2563

-ค่าน้ำ 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
ผู้มีสิทธิ์รับเงิน : ครัวเรือนที่ใช้น้ำประปาไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด และได้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เรียบร้อย (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562-กันยายน 2563 ระยะเวลา 11 เดือน)

-ค่าไฟ 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
ผู้มีสิทธิ์รับเงิน : ครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด และได้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เรียบร้อย (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562-กันยายน 2563 ระยะเวลา 11 เดือน)
สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิ์ ยังสามารถลงทะเบียนใช้สิทธิ์เพิ่มเติมได้แล้ว ผ่านช่องทางเว็บไซต์ MEA http://meagate1.mea.or.th/welfareregis และ MEA Smart Life Application
แต่ต้องชำระยอดค่าไฟฟ้ากับการไฟฟ้านครหลวงก่อน จากนั้นกรมบัญชีกลางจึงจะโอนเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคืนในภายหลังตามจำนวนยอดชำระจริง

นอกจากนี้ ยังได้เงินคืนสูงสุด 500 บาท + ใจดีออมเงินให้
ผู้มีสิทธิ์ได้รับเงิน : ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกคนที่ใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 30 กันยายน 2563)
โดยการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี้

1. จำนวน 5% คืนเงินให้ผู้ถือบัตร ด้วยการโอนเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Money) เงินส่วนนี้สามารถนำบัตรคนจนไปกดเป็นเงินสดออกมาใช้ หรือรูดซื้อของตามร้านธงฟ้าฯ และร้านค้าอื่นๆ ที่ร่วมโครงการได้

2. จำนวน 2% จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก 1% เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม อีกส่วนคือ 1% เก็บเข้าบัญชีกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ของผู้ถือบัตร หรือหากไม่มีบัญชีกับ กอช. อาจจะเปิดบัญชีเพื่อสะสมไว้ให้

หมายเหตุ : เมื่อรวมกันทั้งสองส่วนแล้วต้องไม่เกิน 500 บาทต่อคนต่อเดือน และจะโอนให้ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

สรุปให้เห็นภาพง่ายๆ ดังต่อไปนี้

– ใช้จ่ายผ่านบัตรคนจน 100 บาท ได้คืน VAT 5% เงินจะเข้าบัตรคนจนเดือนถัดไป 5 บาท
– ใช้จ่ายผ่านบัตรคนจน 500 บาท ได้คืน VAT 5% เข้าบัตรคนจนเดือนถัดไป 25 บาท
– ใช้จ่ายผ่านบัตรคนจน 1,000 บาท ได้คืน VAT 5% เข้าบัตรคนจนเดือนถัดไป 50 บาท
– ใช้จ่ายผ่านบัตรคนจน 10,000 บาท ได้คืน VAT 5% เข้าบัตรคนจนเดือนถัดไป 500 บาท
หมายเหตุ : หากซื้อสินค้าที่ไม่ได้เสีย VAT เช่น ผักสด, เนื้อสด, กับข้าว และอื่นๆ จะไม่ได้รับเงินคืนจากนโยบายนี้

ด้าน นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐดำเนินมาตั้งแต่ปี 2560 ขณะนี้มีผู้ถือบัตรกว่า 14 ล้านคน จึงเชื่อว่าผู้ได้รับบัตรสวัสดิการส่วนหนึ่งน่าจะมีศักยภาพในการดำรงชีวิตสูงขึ้น (พ้นจากเส้นความยากจน) จึงจำเป็นต้องมีการปรับข้อมูล ปรับปรุงรายชื่อผู้ได้รับสิทธิเสียใหม่ ขณะเดียวกันจะต้องพิจารณาเป็นรายครัวเรือน เพราะบางคนที่ได้รับสิทธิอาจมีรายได้ไม่มาก แต่อาศัยอยู่ในครอบครัวที่มีรายได้ดี ก็ไม่ควรได้รับสิทธิ และรัฐบาลกำลังจะเปิดให้มีการลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีกครั้ง

โดยในเดือน ม.ค.2563 กระทรวงการคลัง จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปิดลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่ ซึ่งข้อเสนอเบื้องต้นจะนำรายได้ครอบครัวมาใช้เป็นเกณฑ์ประเมินร่วมกับรายได้ส่วนบุคคลที่กำหนดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

ส่วนข้อมูลบัตรเครดิตและรถยนต์ ยังไม่นำมาพิจารณา อย่างไรก็ตาม หากนำรายได้ครอบครัวมาประเมิน ทำให้ผู้ได้รับบัตรสวัสดิการหายไปส่วนหนึ่ง ขณะเดียวกันพร้อมเปิดให้คนใหม่เข้ามาลงทะเบียนเพิ่มเติมด้วย

นายอุตตม กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า จากเดิมการลงทะเบียนบัตรคนจนเข้าสู่ที่ประชุม ครม. วันที่ 24 ธ.ค.62 แต่ไม่ทัน เพราะต้องปรับแก้ในบางประเด็น เช่น เรื่องการคิดรายได้ครัวเรือนยังไม่ตรงกัน จึงไม่อยากให้เกณฑ์ดังกล่าวไปดึงคนให้เข้ามารับบัตรมากขึ้น เพราะจุดประสงค์คือ คนที่ได้บัตรต้องจนจริงๆ และอยู่ในครอบครัวไม่มีฐานะร่ำรวย หากมีรายได้ ของครอบครัวปีละ 1 ล้านบาท ก็ไม่ควรได้รับบัตรทั้งครอบครัว