ญาติคนเจ็บงง! หนุ่มซิ่งรถหรูชนยับ 4 จุด เจ็บ 9 คน แต่ตรวจร่างกายไม่เจอแอลกอฮอล์
แพทตี้ อีจัน
5 กรกฎาคม 2567

เกิดอะไรขึ้นกันแน่! หนุ่มวัย 40 ปี ซิ่งรถหรู ชนรวด 4 จุด รถเสียหายหลายคัน มีคนบาดเจ็บถึง 9 ราย ทำเอาญาติผู้บาดเจ็บถึงกับงง ชนขนาดนี้ ทำไมตรวจแอลกอฮอล์ ไม่พบเกินมาตรฐาน?
วานนี้ (4 ก.ค.67) เวลา 20.00 น. มีรายงานว่า เกิดเหตุนายธรรศ อายุประมาณ 40 – 50 ปี ขับรถยนต์ยี่ห้อหรูมาด้วยความเร็วสูง พุ่งชนรถของชาวบ้านที่สัญจรอยู่บนถนนสุขาภิบาล 5 เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร มีรถยนต์และรถจักรยานยนต์จำนวน 6 คัน ถูกชนสายหาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 คน มีภาพกล้องจากหน้ารถของพลเมืองดีจับภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้

โดยรถหรูคันดังกล่าว ขับมาบนถนน สุขาภิบาล 5 ด้วยความเร็วแล้วพุ่งชนรถจักรยานยนต์ ช่วงหน้าโรงเรียนสารสาสน์วิเทศสายไหม ปากซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 90 จนทำให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ลอยขึ้นสูง บาดเจ็บสาหัสจนหมดสติ แต่รถหรูคันดังกล่าวไม่ยอมหยุดรถได้ขับรถไปต่อ และได้มีประชาชนขับรถผ่านบริเวณจุดเกิดเหตุได้ลงมาช่วยเหลือ พร้อมแจ้งตำรวจและกู้ภัยมาที่เกิดเหตุ
จากข้อมูลการรับแจ้งเหตุของอาสาสมัครกู้ภัย และ อ.ป.พ.ร.เขตสายไหม ได้รับแจ้งว่าในช่วงเวลาเดียวกันเกิดอุบัติเหตุบนถนนสุขาภิบาล 5 ทั้งหมด 4 จุด ดังนี้
จุดที่ 1 บริเวณถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 86 ชนกับรถยนต์เก๋งสีขาว เสียหาย 1 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อมือ
จุดที่ 2 ใกล้เคียงกับจุดแรก ชนกับรถยนต์เก๋งสีขาว 1 คัน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
จุดที่ 3 เป็นจุดที่เห็นจากภาพกล้องหน้ารถ ชนกับรถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 คน
จุดที่ 4 บริเวณถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 73 ชนกับรถยนต์เก๋ง และกระบะ จำนวน 2 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 9 ราย ส่งโรงพยาบาล โดยมีหญิงสาวผู้โดยสารที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์อาการสาหัส ส่วนรถยนต์ที่ขับชนไปเสียหลักชนฟุตบาท บริเวณแยกตลาดวงศกร ในพื้นที่เขตสายไหม ตำรวจจึงรีบคุมตัวมาที่สถานีตำรวจนครบาลสายไหมโดยทันที เพราะกลัวถูกรุมทำร้าย
นายจิรวัฒน์ หนึ่งในผู้เสียหายเล่าให้กับทีมข่าวฟังว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุตัวเองกำลังขับรถมาตามเส้นทางปกติ แล้วมีรถยนต์ขับมาจี้ และชนท้ายก่อน 1 ครั้ง ตัวเองพยายามเร่งเครื่องหนีแต่กลับถูกพุ่งชนอีกครั้งหนึ่งอย่างแรง ก่อนที่รถยนต์ที่ขับชนจะเร่งเครื่องขับแซงหนีไป แล้วมาทราบทีหลังว่ารถยนต์ดังกล่าวได้ขับไปชนคันอื่นอีก

เช่นเดียวกับนายธีระยุทธ ผู้เสียหายอีก 1 คน เป็นเจ้าของรถกระบะ เปิดเผยว่า ตัวเองไม่ได้ถูกชนโดยตรง แต่รถยนต์ที่ถูกชนกระเด็นมาโดน เนื่องจากผู้ก่อเหตุขับมาด้วยความเร็ว จนทำให้คนขับรถเก๋งที่ถูกชนได้รับบาดเจ็บบริเวณหลังจนต้องส่งโรงพยาบาล
ด้านนางสาวอำไพ ญาติของหญิงที่ซ้อนรถจักรยานยนต์ที่ถูกพุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ได้รับบาดเจ็บรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู สมองได้รับการกระทบกระเทือนยังไม่ได้สติ พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมผู้ขับขี่รถยนต์ที่ขับชนถึงได้ขับรถเร็ว ทั้งที่ไม่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย จึงอยากให้เข้ามารับผิดชอบชีวิต และทรัพย์สินของผู้เสียหายอย่างจริงจัง พร้อมขอให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ขณะที่ญาติของผู้ได้รับบาดเจ็บคนอื่น ๆ และผู้เสียหาย ได้เดินทางมาที่ สน.สายไหม เพื่อแจ้งความและลงบันทึกประจำวัน พร้อมพูดคุยกับประกันของรถยนต์ผู้ก่อเหตุแล้ว
ล่าสุด พันตำรวจเอก รังสรรค์ สอนสิงห์ ผู้กำกับการสน.สายไหม เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำในเบื้องต้น ผู้ต้องหา อ้างว่าเกิดอาการวูบ มีโรคความดันเป็นโรคประจำตัว โดยก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาได้เข้าไปที่บ้านแม่ ก่อนจะออกไปบ้านพักอีกหมู่บ้านหนึ่งซึ่งอยู่ห่างกัน 2 กิโลเมตร ส่วนการตรวจสอบสารเสพติดและแอลกอฮอล์ไม่พบ แต่จะส่งตัวไปที่โรงพยาบาลภูมิพลซ้ำอีกครั้ง
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนแจ้ง 4 ข้อหา คือ ขับรถโดยประมาทเฉี่ยวชนรถผู้อื่นเสียหาย, มีผู้ได้รับอันตรายแก่กาย, ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส, และขับรถเฉี่ยวชนแล้วหนี ส่วนจะถึงพยายามฆ่าหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเมื่อแจ้งข้อกล่าวหาเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนจะอนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากว่ามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งสามารถติดต่อได้
ด้านนายธรรศ ผู้ก่อเหตุ ยอมรับว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาตัวเองมีอาการเครียดและนอนน้อย เนื่องจากได้นอนเพียงวันละ 4 ชั่วโมง จึงทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ประกอบกับมีอาการท้องเสีย จึงได้แวะเข้าห้องน้ำที่บ้านแม่ จากนั้นขับรถออกจากบ้านแม่เพื่อกลับบ้านของตัวเองซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 2 กิโลเมตร ขณะเดินทางออกจากบ้านแม่ที่บริเวณซอยสายไหม 86 เกิดอาการวูบ ไม่มีสติกว่าจะรู้ตัวอีกทีว่าขับรถชนผู้อื่นตอนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยมาเจอ ตรงจุดสุดท้ายบริเวณถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 73 ยืนยันไม่รู้ตัวว่าได้ขับรถชนผู้อื่นและรถยนต์คันอื่น ถึง 4 จุด รวมถึงได้ขับรถพุ่งชนไม้กันหน้าหมู่บ้านแม่อีก 1 จุด รวมเป็น 5 จุด โดยก่อนหน้านี้ตัวเองไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อนซึ่งนี่เป็นครั้งแรก
ส่วนการดูแลเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียหายจากเหตุการณ์นี้นั้น นายธรรศ เปิดเผยว่า ตัวเองยินดีที่จะดูแลและเยียวยาผู้เสียหายทุกคนอย่างเต็มที่ ซึ่งหลังเกิดเหตุตัวเองได้เจอกับญาติผู้เสียหายและยกมือไหว้ขอโทษตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว
ด้านแฟนสาวของผู้ต้องหา เปิดใจว่า แฟนของตนมีโรคประจำตัวแค่โรคความดัน และที่ผ่านมาแฟนของคนทำงานหนักมาก ต้องคอยประสานงานกับลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศ ซึ่งมีช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ถ้าลูกค้าเรียกประชุมก็ต้องประชุมด่วน จึงทำให้แฟนของตนมีอาการอ่อนเพลีย ซึ่งที่ผ่านมาตนเคยเตือนด้วยความเป็นห่วงแล้ว แต่แฟนของตนก็ยืนยันว่าไม่เป็นไร ยังทำงานไหว
ทั้งนี้ ตนขอยืนยันว่า แฟนของตนจะเยียวยาชดใช้ผู้เสียหายทุกคนอย่างเต็มที่ ดังนั้นขอให้ผู้เสียหายและญาติสบายใจได้เลย



คลิปอีจันแนะนำ
ฉันชื่อ น้องหญิง รักที่เจ็บปวด กับมรสุมชีวิต ที่ต้องแลก EP.2